ราคาบอลคืออะไร? คู่มืออ่านราคาบอลแบบเข้าใจง่าย (ต่อ-รอง, ค่าน้ำ, ปป., ครึ่งลูก) พร้อมตัวอย่างจริง 2026
ราคาบอล เป็นสิ่งที่มือใหม่แทงบอลเจอบ่อยที่สุด และเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำให้ “แทงผิดแบบ” โดยไม่รู้ตัว เช่น คิดว่าทีมชนะแล้วต้องได้ตังค์ แต่พอผลออกมาดัน “เจ๊า” หรือ “เสียครึ่ง” เพราะจริงๆ แล้วมันขึ้นกับ ราคาต่อรอง และ ค่าน้ำ ที่กำหนดไว้ก่อนแข่ง
ถ้าเพิ่งเริ่มเล่น แนะนำอ่าน วิธีแทงบอลสำหรับมือใหม่ ก่อน จะเข้าใจต่อ-รองได้เร็วขึ้น
บทความนี้จะอธิบาย ราคาบอล ตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงการอ่านราคาบอลแบบมืออาชีพ พร้อมตัวอย่างครบว่า “ชนะกี่ลูกถึงได้เต็ม” และ “เสมอแล้วเสียไหม” เพื่อให้คุณอ่านราคาได้แม่นและลดความผิดพลาดเวลาวางเดิมพัน เมื่ออ่านราคาบอลเป็นแล้ว ขั้นต่อไปคือดู วิเคราะห์บอล เพื่อเลือกฝั่งที่คุ้มที่สุด ลองใช้ สูตรแทงบอลแบบมีระบบ จะช่วยลดการแทงตามอารมณ์ได้ดีมาก
ราคาบอลคืออะไร และทำไมต้องมีแต้มต่อ
ราคาบอล คือ “ตัวเลขแต้มต่อ” ที่ใช้ปรับความสูสีของทีมสองฝั่งในการเดิมพันฟุตบอล เพราะฟุตบอลจริงๆ ทีมมีความแข็งแกร่งไม่เท่ากัน ถ้าให้แทงแบบทายชนะอย่างเดียว ทีมใหญ่จะเป็นต่อเสมอและทำให้ตลาดไม่บาลานซ์ ใครยังไม่มีบัญชี สามารถดูขั้นตอน สมัครแทงบอล แบบละเอียดได้ที่หน้านี้
ดังนั้นระบบเดิมพันจึงใช้ แฮนดิแคป (Handicap) เพื่อสร้างเงื่อนไข เช่น
ทีมใหญ่เป็น “บอลต่อ” ต้องชนะมากกว่าเดิมถึงจะได้เต็ม
ทีมเล็กเป็น “บอลรอง” มีแต้มต่อช่วย ลดความเสี่ยงบางส่วน
สรุปสั้นๆ: ราคาบอลทำให้ “แมตช์ไม่สูสี” กลายเป็น “เดิมพันได้แฟร์ขึ้น”
คำศัพท์ราคาบอลที่ต้องรู้ (ต่อ-รอง, ค่าน้ำ, เจ๊า, ได้ครึ่ง)
ก่อนอ่านราคาให้เข้าใจ ต้องรู้ศัพท์หลักๆ เหล่านี้
ต่อ / รอง
บอลต่อ = ทีมที่ถูกมองว่าเหนือกว่า มีเครื่องหมาย “-”
บอลรอง = ทีมที่เป็นรอง มีเครื่องหมาย “+”
ค่าน้ำ
ค่าน้ำคืออัตรากำไร เช่น 0.85 / 0.90 / 1.00
แทง 100 บาท ค่าน้ำ 0.90 → ได้กำไร 90 บาท (ถ้าชนะตามเงื่อนไข)
เจ๊า
เจ๊า = ไม่ได้ไม่เสีย (ทุนคืน)
มักเกิดเมื่อชนะ/แพ้ “ตรงแต้มต่อพอดี” เช่น ต่อ 1 ชนะ 1 ลูก
ได้เต็ม / ได้ครึ่ง / เสียครึ่ง / เสียเต็ม
ได้เต็ม = กำไรเต็มตามค่าน้ำ
ได้ครึ่ง = ได้กำไรครึ่งหนึ่ง
เสียครึ่ง = เสียเงินเดิมพันครึ่งหนึ่ง
เสียเต็ม = เสียเงินเดิมพันทั้งหมด
วิธีอ่านราคาบอลแบบแฮนดิแคป (Handicap) ทีละชนิด
ส่วนนี้คือ “แกนหลัก” ของการอ่านราคาบอลให้ถูกต้อง
ราคาเสมอ (0)
บางเว็บเรียก “เสมอ” หรือ “0”
แทงทีมไหน ชนะ = ได้เต็ม
เสมอ = เจ๊า
แพ้ = เสียเต็ม
เหมาะกับคู่ที่สูสีมาก
ครึ่งลูก (0.5)
ต่อ 0.5 (ครึ่งลูก)
แทงทีมต่อ: ชนะ ✅ ได้เต็ม / เสมอ-แพ้ ❌ เสียเต็ม
แทงทีมรอง: เสมอ-ชนะ ✅ ได้เต็ม / แพ้ ❌ เสียเต็ม
สรุป: ราคาครึ่งลูก “ไม่มีเจ๊า” เสมอคือแพ้/ชนะทันทีตามฝั่งที่เลือก
หนึ่งลูก (1.0)
ต่อ 1 (หนึ่งลูก)
ทีมต่อชนะ 2 ลูกขึ้นไป ✅ ได้เต็ม
ทีมต่อชนะ 1 ลูก = เจ๊า
เสมอ/แพ้ ❌ เสียเต็ม
ฝั่งรอง +1
แพ้ 1 ลูก = เจ๊า
เสมอ/ชนะ ✅ ได้เต็ม
แพ้ 2 ลูกขึ้นไป ❌ เสียเต็ม
ปป. (0/0.5 หรือ 0.25)
ราคายอดฮิตของคนแทงบอลไทย
ต่อ ปป. (-0.25)
ชนะ ✅ ได้เต็ม
เสมอ ❌ เสียครึ่ง
แพ้ ❌ เสียเต็ม
รอง ปป. (+0.25)
ชนะ ✅ ได้เต็ม
เสมอ ✅ ได้ครึ่ง
แพ้ ❌ เสียเต็ม
สรุป: ปป. คือราคาที่ “เสมอไม่จบแบบเต็มๆ” จะเป็นได้/เสีย “ครึ่ง” แทน
ครึ่งควบลูก (0.5/1 หรือ 0.75)
ต่อ 0.75 (-0.75)
ชนะ 2 ลูกขึ้นไป ✅ ได้เต็ม
ชนะ 1 ลูก ✅ ได้ครึ่ง
เสมอ/แพ้ ❌ เสียเต็ม
รอง 0.75 (+0.75)
แพ้ 1 ลูก ❌ เสียครึ่ง
เสมอ/ชนะ ✅ ได้เต็ม
แพ้ 2 ลูกขึ้นไป ❌ เสียเต็ม
ลูกควบลูกครึ่ง (1/1.5 หรือ 1.25)
ต่อ 1.25 (-1.25)
ชนะ 2 ลูกขึ้นไป ✅ ได้เต็ม
ชนะ 1 ลูก ❌ เสียครึ่ง
เสมอ/แพ้ ❌ เสียเต็ม
รอง 1.25 (+1.25)
แพ้ 1 ลูก ✅ ได้ครึ่ง
แพ้ 2 ลูก ❌ เสียเต็ม
เสมอ/ชนะ ✅ ได้เต็ม
ตัวอย่าง “อ่านราคา” แบบเห็นภาพทันที
สมมติคู่ A (ทีมต่อ) vs B (ทีมรอง)
กรณี 1: A ต่อ 0.5
ผล A ชนะ 1-0 → แทง A ได้เต็ม
ผล 1-1 → แทง A เสียเต็ม / แทง B ได้เต็ม
กรณี 2: A ต่อ 1.0
ผล A ชนะ 2-0 → แทง A ได้เต็ม
ผล A ชนะ 1-0 → เจ๊า
ผล 1-1 → แทง A เสียเต็ม
กรณี 3: A ต่อ ปป. (-0.25)
ผล A ชนะ → ได้เต็ม
ผลเสมอ → เสียครึ่ง
ผลแพ้ → เสียเต็ม
มือใหม่ให้จำประโยคนี้: “ต่อเท่าไร ต้องชนะให้เกินแต้มต่อ ถึงจะได้เต็ม”
ราคาสูง-ต่ำคืออะไร อ่านยังไง
นอกจากแฮนดิแคป ยังมี ราคาสูง-ต่ำ ที่นิยมมาก
ตัวอย่าง สูง/ต่ำ 2.5
ยิงรวม 3 ลูกขึ้นไป = สูง ✅
ยิงรวม 2 ลูกหรือน้อยกว่า = ต่ำ ✅
ตัวอย่าง สูง/ต่ำ 2.75 (2.5/3 หรือ 2.75)
มันถูกแบ่งครึ่งเป็น 2.5 และ 3.0 ทำให้เกิด “ได้ครึ่ง/เสียครึ่ง” ได้
แนวคิดหลัก:
ราคาเป็น .25 หรือ .75 = มีโอกาสจบแบบครึ่ง
ราคาเป็น .5 = ตัดสินแพ้/ชนะเต็ม
ราคาเป็น .0 = มีเจ๊า
ค่าน้ำคืออะไร ส่งผลต่อกำไรยังไง
ค่าน้ำคือสิ่งที่กำหนด “กำไรจริง” ของคุณ
ตัวอย่างแทง 1,000 บาท
ค่าน้ำ 0.90 → กำไร 900
ค่าน้ำ 1.00 → กำไร 1,000
แต่ค่าน้ำไม่ใช่ทุกอย่าง
บางครั้งค่าน้ำสูง = ตลาดเสี่ยง หรือโอกาสเข้าต่ำกว่า
แนวทางมือใหม่
เลือกค่าน้ำกลางๆ 0.85–0.95
โฟกัสความน่าจะเป็นมากกว่ากำไรต่อบิล
ราคาไหลคืออะไร ควรตามหรือไม่
ราคาไหล คือการเปลี่ยนแปลงราคาบอล/ค่าน้ำก่อนแข่งหรือระหว่างแข่ง เช่น
จาก ต่อ 0.5 → ต่อ 0.75
หรือค่าน้ำฝั่งต่อ 0.90 → 0.78
สาเหตุที่ราคาไหลมักเกิดจาก
ข่าวตัวจริง/ตัวเจ็บ
กระแสการเดิมพันเข้าข้างฝั่งใดฝั่งหนึ่ง
เว็บปรับความเสี่ยงตามตลาด
ควรตามไหม?
ไม่ควร “ตามอย่างเดียว”
ควรใช้เป็นสัญญาณให้ไปเช็คข่าว/เช็คข้อมูลเพิ่มก่อนตัดสินใจ
เทคนิคเลือก “ฝั่งต่อ” หรือ “ฝั่งรอง” ให้คุ้มกว่า
นี่คือแนวคิดที่ช่วยให้คุณเลือกฝั่งได้ดีขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งเดา
เล่นฝั่งต่อเมื่อ…
ทีมต่อฟอร์มชัดเจน และยังต้องการแต้ม
สไตล์ทีมต่อ “บุกเป็นระบบ” ไม่ใช่หวังพึ่งฟลุค
ทีมรองมีปัญหาเกมรับ/ตัวเจ็บสำคัญ
ราคาต่อ “ไม่แพงเกิน” เช่น -0.5 มากกว่า -1.5 ในบางคู่
เล่นฝั่งรองเมื่อ…
ทีมต่อมีโปรแกรมถี่/โรเตชั่น
ทีมรองตั้งรับแน่น เล่นแพ้ยาก
ราคาต่อสูงเกินความเป็นจริง (ทีมต่อชื่อชั้นดีแต่ฟอร์มไม่ดี)
เกมสำคัญที่ทีมรองเน้นแต้ม (หนีตกชั้น/ลุ้นพื้นที่ยุโรป)
ข้อผิดพลาดที่มือใหม่อ่านราคาบอลพลาดบ่อย
เห็นทีมชนะแล้วคิดว่าได้ตังค์แน่นอน
→ แต่จริงๆ ต่อ 1.5 ชนะ 1-0 ยังเสียเต็มไม่เข้าใจราคา .25 / .75
→ ทำให้ไม่รู้ว่า “เสมอเสียครึ่ง” หรือ “ชนะ 1 ลูกได้ครึ่ง”เลือกตามราคาไหลแบบไม่รู้ข่าว
→ เจอไลน์หลอกหรือไหลเพราะคนแทงฝั่งเดียวเล่นสเต็ปเยอะ ทั้งที่ยังอ่านราคาไม่คล่อง ถ้าชอบเล่นบอลชุด แนะนำดูวิธีเลือกคู่ในหน้า แทงบอลสเต็ป เพื่อไม่ให้พลาดง่าย
→ พลาดคู่เดียวเสียทั้งบิล
FAQ: คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับราคาบอล
Q1: ต่อครึ่งลูก (0.5) เสมอเป็นยังไง?
ถ้าแทงฝั่งต่อ เสมอ = เสียเต็ม
ถ้าแทงฝั่งรอง เสมอ = ได้เต็ม
Q2: ต่อ 1 ลูก ชนะ 1-0 ได้ไหม?
ราคา -1.0 ชนะ 1 ลูก = เจ๊า (ทุนคืน)
Q3: ปป. คืออะไร?
ปป. = 0/0.5 หรือ -0.25
เสมอจะ “ได้/เสียครึ่ง” ไม่ได้เจ๊าแบบราคา 0
Q4: ราคาไหลต้องเชื่อไหม?
ให้ใช้เป็น “สัญญาณ” ไม่ใช่คำตอบ ควรดูข่าวตัวจริง/ตัวเจ็บประกอบเสมอ
สรุป อ่านราคาบอลให้เป็น = ลดพลาดแบบทันที
การแทงบอลให้ไม่งง ต้องเริ่มจาก “อ่านราคาบอล” ให้ชัด โดยเฉพาะราคายอดฮิตอย่าง ปป., ครึ่งลูก, หนึ่งลูก, ครึ่งควบลูก เพราะมันกำหนดว่า “ชนะเท่าไหร่ถึงได้เต็ม” และ “เสมอเสียไหม”
ถ้าคุณอ่านราคาเป็นแล้ว คุณจะ
เลือกฝั่งต่อ/รองได้คุ้มขึ้น
เข้าใจค่าน้ำและกำไรจริง
ไม่โดนหลอกด้วยคำว่า “ทีมชนะ” แต่ราคากินหมด